หลักสำคัญ: เทียบผู้รับเหมาด้วยขอบเขตเดียวกัน ตรวจรายการที่ไม่รวม แยกวัสดุและค่าแรง และผูก BOQ เข้ากับงวดงานในสัญญา
BOQ คืออะไร และทำไมยอดรวมอย่างเดียวไม่พอ
BOQ หรือ Bill of Quantities คือรายการปริมาณงานที่แยกงานออกเป็นหมวด เช่น งานเตรียมพื้นที่ ฐานราก โครงสร้าง สถาปัตยกรรม ระบบ และงานภายนอก พร้อมหน่วย ปริมาณ และราคา เอกสารนี้ช่วยให้เจ้าของโครงการมองเห็นว่าราคาที่เสนอครอบคลุมอะไร ไม่ใช่เห็นเพียงยอดรวมท้ายใบเสนอราคา
เมื่อต้องเทียบหลายเจ้า ควรให้ทุกเจ้าประเมินจากแบบ ข้อกำหนด และขอบเขตชุดเดียวกัน มิฉะนั้นราคาที่ถูกกว่าอาจเกิดจากการตัดบางรายการออก ไม่ใช่ต้นทุนที่ต่ำกว่าจริง
5 ช่องที่ควรตรวจทุกครั้ง
ชื่อรายการต้องสื่อว่าอยู่ในขอบเขตไหน และมีงานประกอบใดรวมอยู่แล้ว
เช็กว่าหน่วยเป็น ตร.ม. ลบ.ม. เมตร ชุด หรือเหมารวม และปริมาณสัมพันธ์กับแบบหรือไม่
ระบุเกรด รุ่น มาตรฐาน หรือคำว่าเทียบเท่าให้ชัด ลดข้อโต้แย้งตอนจัดซื้อ
แยกราคาต่อหน่วย ยอดรวม และหมายเหตุสิ่งที่ไม่รวม เช่น ค่าขออนุญาต งานเฟอร์นิเจอร์ หรือค่ารื้อบางส่วน
BOQ ควรสัมพันธ์กับแบบและสัญญา
รายการใน BOQ ต้องตรวจย้อนกลับได้ว่ามาจากแบบหรือขอบเขตส่วนใด หากมีการแก้แบบ ควรบันทึก revision และปรับ BOQ ให้ตรงกัน เมื่อเซ็นสัญญาให้แนบ BOQ และแบบที่อ้างอิงเป็นเอกสารสัญญา เพื่อป้องกันการตีความคนละชุดระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน
อย่าเทียบราคาแบบ “ยอดรวมชนยอดรวม”
ใบเสนอราคา 2 ใบที่ยอดต่างกันมากควรแตกดูทีละหมวด เช่น โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล หลังคา และงานตกแต่ง หากเจอหมวดใดต่ำหรือสูงผิดปกติ ให้ถามสมมติฐานที่ใช้ เช่น ปริมาณ วัสดุ วิธีทำงาน และสิ่งที่ไม่รวม วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงเลือกจากราคาต่ำเพียงอย่างเดียว
ผูก BOQ กับงวดงานอย่างไร
งวดชำระควรสัมพันธ์กับผลงานที่ตรวจรับได้จริง เช่น งานฐานราก งานโครงสร้างแต่ละชั้น งานระบบฝัง งานสถาปัตย์ และส่งมอบ ไม่ควรแบ่งงวดจากระยะเวลาอย่างเดียว เพราะหากงานล่าช้าหรือมีการเปลี่ยนแบบ จะติดตามมูลค่างานที่ทำจริงได้ยาก